Skip to main content

หน้าหลัก

แนวโน้มและโอกาสของแรงงานไทย

    จากข้อมูลจำนวนแรงงานต่างชาติในประเทศบรูไน ปี 2549  ของกรมแรงงานบรูไน มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในประเทศบรูไนในภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 77,234 คน   

    แรงงานต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดคือแรงงานจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีจำนวนถึง 21,528 คน แรงงานจากประเทศฟิลิปปินส์ตามมาเป็นอันดับที่สอง มีจำนวนทั้งสิ้นรวม 15,225 คน  แรงงานจากประเทศมาเลเซียตามมาเป็นอันดับที่สาม มีจำนวนรวม 14,705  คน  แรงงานจากประเทศไทยเป็นลำดับที่สี่ มีจำนวน 8,466 คน แรงงานจากประเทศอินเดียเป็นลำดับที่ห้า มีจำนวน 8,420 คน  และแรงงานจากประเทศบังคลาเทศ เป็นลำดับที่หก มีจำนวน  6,256  คน

    ในห้วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มีความต้องการจ้างแรงงานไทยผ่านสำนักงานแรงงานในประเทศบรูไน ดังนี้

             พ.ศ. 2545 มีความต้องการจ้างแรงงานไทยผ่านสำนักงาน 7,209 คน 

             พ.ศ. 2546 มีความต้องการจ้างแรงงานไทยผ่านสำนักงาน 5,646 คน 

             พ.ศ. 2547  มีความต้องการจ้างแรงงานไทยผ่านสำนักงาน 8,434  คน 

             พ.ศ. 2548 มีความต้องการจ้างแรงงานไทยผ่านสำนักงาน 6,593 คน 

    แนวโน้มความต้องการจ้างแรงงานไทยในประเทศบรูไนในห้วงปี 2549 –2551 จะมีปริมาณที่ไม่แตกต่างกันมากนัก การจ้างงานจะเป็นไปตามตามสภาวะการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศบรูไน คาดว่ามีแนวโน้มความต้องการจ้างงาน ประมาณ 6,500 – 7,000 คน  แยกเป็น

             – ภาคก่อสร้าง  ร้อยละ 60 ในตำแหน่งกรรมกร และช่างฝีมือ

             – ภาคเหมืองแร่และการผลิต  ร้อยละ 20 ในตำแหน่งช่างเย็บผ้า และคนงานในโรงงาน

             – ภาคการขายส่งขายปลีก ร้อยละ 5 ตำแหน่งพนักงานขายสินค้า ,เก็บของจัดของ

             – ภาคบริการชุมชน ร้อยละ 5 ตำแหน่งคนงานทำความสะอาด,ช่างซ่อมรถยนต์

             – ส่วนที่เหลือเป็นตำแหน่งงานที่กระจายไปตามภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ

    ความต้องการจ้างแรงงานไทยในประเทศบรูไนในห้วงปี 2549 –2551  มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณลดลง ทั้งนี้สาเหตุจากปัจจัยต่างๆหลายประการคือ

             1. ปัจจัยด้านระดับอัตราค่าจ้างและรายได้  ระดับอัตราค่าจ้างและรายได้ ของแรงงานต่างชาติที่ได้รับในประเทศบรูไน

             2.    ปัจจัยด้าน Labour Supply   ถึงแม้นายจ้างบรูไนจำนวนมากจะพึงพอใจ ในฝีมือการทำงานของแรงงานไทย และต้องการจ้างแรงงานไทยจำนวนมาก  แต่จำนวนแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางมาประเทศบรูไนกลับมีปริมาณลดลง สาเหตุที่ทำให้มีผู้ต้องการเดินทางมาทำงานประเทศบรูไนลดน้อยลง เนื่องจากรายได้ที่ได้รับอยู่ระหว่าง 18 – 20 เหรียญต่อวัน การให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาลดลงหรือไม่มีการทำงานล่วงเวลา ปัญหาการจ่ายค่าจ้างล่าช้า  แรงงานไทยต้องการรอการไปทำงานในประเทศเกาหลี  อิสราเอล หรือประเทศอื่น ซึ่งคาดว่าจะได้รับค่าจ้างสูงกว่า

             3. การสิ้นสุดของ Multi Fiber Agreement ณ วันสิ้นปี 2004  ซึ่งมีผลให้ระบบโควต้าในการส่งสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป สิ้นสุดลง ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปของประเทศบรูไน ซึ่งเกิดจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่ออาศัยโควต้าของประเทศบรูไน ในการส่งสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป อาจเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีแหล่งค่าจ้างแรงงาน และวัตถุดิบราคาถูก อาทิ จีน อินเดีย บังคลาเทศ  เนื่องจากไม่จำเป็นต้องอาศัยโควต้าของประเทศบรูไน ซึ่งได้ส่งผลให้การจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าของบรูไน ซึ่งใช้แรงงานต่างชาติเป็นส่วนใหญ่  รวมทั้งแรงงานไทยด้วย

    ทิศทางในการส่งเสริมการจ้างงานแรงงานไทยคงจะต้องมุ่งที่จะส่งเสริมการให้แรงงานไทยในระดับวิชาชีพ ให้สนใจที่จะเข้าไปทำงานในประเทศบรูไน โดยเฉพาะในกิจการซ่อมบำรุง แท่นขุดเจาะน้ำมันซึ่งมีบริษัทผู้รับเหมาจำนวนมาก รับจ้างช่วงงานจากบริษัทบรูไนเชลล์  ซึ่งปัจจุบันนี้มีบุคลากรด้านวิศวกร ของไทยทำงานอยู่น้อย ซึ่งส่งผลต่อการจ้างงานในระดับช่างฝีมือและกรรมกรไทยด้วย ซึ่งวิศวกรส่วนใหญ่ ในกลุ่มงานซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะน้ำมัน จะมาจากประเทศมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ก็พยายามที่จะจ้างพนักงานระดับล่างมาจากประเทศของตนเอง ดังนั้นจึงต้องอาศัยการส่งเสริมการให้แรงงานไทยในระดับวิชาชีพ เป็นเรือธงในการนำแรงงานระดับล่างเข้าไปทำงานเพิ่มมากขึ้น

              สำนักงานแรงงานในประเทศบรูไน ได้เข้าพบนายจ้างท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการจ้างแรงงานไทยเป็นประจำซึ่งเป็นการขยายตลาดแรงงานในบรูไนด้วยการประสานความร่วมมือผ่านภาคส่วนต่าง ๆ ในบรูไนส่วนใหญ่นายจ้างมีความพึงพอใจในการจ้างแรงงานไทย เนื่องจากแรงงานไทยมีทักษะฝีมือสูง มีความขยัน อดทนและมีความรับผิดชอบในการทำงานดี ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานในประเทศบรูไนตามสถิติของกรมแรงงานบรูไน จำนวน 1,604 ราย จากสถิติของกรมการจัดหางานห้วง 8 เดือนในปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม – พฤษภาคม 2561) มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานในประเทศบรูไน รวม จำนวน 847 ราย แยกเป็นประเภทเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 134 ราย และ Re-Entry จำนวน 713 ราย และจากสถิติของสำนักงานแรงงานในประเทศบรูไน ระหว่างเดือนตุลาคม – พฤษภาคม 2561 มีนายจ้างบรูไน จำนวน 161 ราย มีความต้องการจ้างแรงงานไทย โดยยื่นขอการรับรองเอกสารการจ้างแรงงานไทย จำนวน 134 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝีมือ จำนวน 118 ราย หรือเท่ากับร้อยละ 88 ของความต้องการจ้างแรงงานไทยทั้งหมด และแรงงานไร้ฝีมือ จำนวน 16 ราย หรือเท่ากับร้อยละ 12

            แรงงานไทยที่นายจ้างบรูไนมีความต้องการจ้าง ที่เป็นแรงงานระดับวิชาชีพ (Professional) ได้แก่ ตำแหน่ง Chief Engineer, Field Engineer, Residence Engineer, Project Manager, Senior Planner, Insulator, ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในกิจการขุดเจาะน้ำมัน ที่เป็นแรงงานระดับฝีมือ (Skilled Worker) ได้แก่ Field Specialist, Rigger, Fitter, Welder, Lineman, Field Operator, Maintenance Specialist, Electrician/Mechanical Superintendence, Truck Driver, Chef, Massager ทำงานในกิจการขุดเจาะน้ำมัน กิจการซ่อมบำรุงผลิตกระแสไฟฟ้า กิจการก่อสร้าง กิจการอู่ซ่อมรถยนต์ กิจการร้านอาหาร และกิจการนวดสปา และแรงงานไร้ฝีมือ (Unskilled Labor) ทำงานในกิจการก่อสร้างและอื่นๆ  


949
TOP